4 นักเตะที่ว่ากันว่าย้ายทีมเมื่อไหร่ค่าตัวแพงสุด ๆ เมื่อนั้น

4 นักเตะที่ว่ากันว่าย้ายทีมเมื่อไหร่ค่าตัวแพงสุด ๆ เมื่อนั้น

การย้ายทีมของนักเตะแต่ละสโมสรเป็นเรื่องปกติที่ตลาดซื้อขายเปิดทำการปีละ 2 ครั้ง ซึ่งก็แล้วแต่ 2 สโมสรที่จะตกลงซื้อขายกันในช่วงเวลาใด หรือนักเตะผู้นั้นจะมีสถานภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มการเล่น อาการบาดเจ็บ หรือที่มีผลอย่างมากคือสัญญาที่ติดอยู่กับสโมสรเหลือกี่ปี ซึ่งมันมีผลอย่างมากต่อราคาของนักเตะ ปัจจุบันราคานักเตะพุ่งทะยานมีราคาสูงระดับยอดเขา ไม่ว่าจะเป็นซุปเปอร์สตาร์ ดาวรุ่งพุ่งแรง หรือดาวรุ่งที่น่าจับตามอง เราจึงมาจัดอันดับให้ทุกท่านติดตามกับราคานักเตะที่ถูกประเมิน หากมีการย้ายทีมเกิดขึ้น ดูซิว่าจะมีนักเตะขวัญใจท่านผู้ชมหรือไม่


  1.  บรูโน่ เฟอร์นันเดส จากสโมรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อังกฤษ มูลค่า 136 ล้านปอนด์

4 บรูโน่ เฟอร์นันเดส

ฉายชาวโปรตุเกสรายนี้ ย้ายจากลิสบอน 50 ล้านปอนด์ เข้ามาร่วมทัพแมนยูในขณะนั้น ถือเป็นค่าตัวที่ถูกมากถ้าเทียบกับฟอร์มของเขาในปัจจุบัน พร้อมกะนั้นก็ได้รับฉายาเดอะแบกไม่ไม่ต้องรอ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวก็เปรี้ยงป้างจรัสแสงให้แฟนแมนยูทั่วโลกได้เห็น เป็นผู้ฉุดผีที่อยู่ในหลุมขึ้นมาลืมตาสู้กับทีมชั้นนำได้อย่างชัดเจน พี่แกทั้งยิง ทั้งจ่าย เป็นกำลังหลักที่แมนยูขาดไม่ได้เลยแม้แต่นัดเดียว เป็นดีลการซื้อขายที่คุ้ม คุ้มมาก คุ้มแบบสุด ๆ ที่แมนยูเคยมีมา ก็ต้องรอดูต่อไปว่านักเตะที่ขึ้นทำเนียบแพงที่สุดคนหนึ่ง จะพาแมนยูกลับมาผงาดคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้หรือไม่


  1.  อเล็กซานเดอร์ อาโน จากสโมรฟุตบอลลิเวอร์พูล อังกฤษ มูลค่า 137 ล้านปอนด์

3  อเล็กซานเดอร์ อาโน

ไม่น่าเชื่อว่าแบ็คขวาจอมบุกของหงส์แดงลิเวอร์พูลรายนี้ จะทะยานขึ้นมาอยู่ในอันดับชั้นแนวหน้าค่าตัวแพงขนาดนี้ แต่เขาคือผุ้เล่นที่มีส่วนช่วยให้หงส์แดงกลับมายิ่งใหญ่ในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเจ้ายุโรปยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก แชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 20 ปี นับเป็นจิ๊กซอลคนสำคัญที่ผนึกกำลังเกมรุกได้อย่างมันส์สะเด่า เล่นเกมรับได้อย่างมีวินัยเหนียวแน่น จนเป็นลูกรักของยอดโค้ชเจอร์เกนท์คร็อป ลงสนามพัฒนาฟอร์มการเล่นได้แบบดีวันดีคืน และอายุเพียง 22 ขวบกับดีกรีทีมชาติอังกฤษ ไม่แปลกใจเลยว่าการประเมินค่าตัวของเขานั้นจะสูงลิ่วขนาดนี้


  1.  เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ จากสโมรฟุตบอลโบรุสเซีย ดอร์ทมุน เยอรมัน มูลค่า 138 ล้านปอนด์

2 เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์

ย้อนไปเมื่อปีก่อนคงไม่มีใครรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้มากนัก และคงไม่มีใครเชื่อว่าจะขึ้นมาเป็นแนวหน้านักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุด พูดไปก็ว่าบ้าคิดได้ไง ดูบอลไม่เป็นอย่างแน่นอน แต่วันนี้มันเป็นอีกเรื่องเมื่อยอดทีมเยอรมัน ควักเงินไม่ถึง 20 ล้านปอนด์ คว้านักเตะสายเลือดไวกิ้งมาร่วมทีม จนวันนี้ทั่วโลกต่างจับต่างมองฟอร์มการเล่นของฮาแลนด์ ที่ยิงระเบิดระเบ่อ ยิงกระจาย เขามีฝีเท้าที่เกินอายุอย่างจัดจ้าน มีความมั่นใจในการเล่นเป็นอย่างดี ความคมของเขามีส่วนร่วมให้ทีมทำผลงานได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่จรดปากการ่วมทีม นับเป็นการซื้อนักเตะที่ถือว่าคุ้มอย่างที่สุด ในประวัติศาสตร์สโมสร และด้วยอายุเพียง 20 ปี เส้นทางลูกหนังของเขายังคงโลดแล่นได้อีกแสนไกล ในฤดูกาลล่าสุดลงสนามไป 33 นัด ซัดไป 33 ตุง คอยดูฤดูกาลหน้าต่อได้เลยว่าจะมันส์ขนาดไหนกับฟอร์มการเล่นของหนุ่มผมทองรายนี้ ซึ่งยังถูกจับตามองจากยอดทีมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด หรือทีมร่วมลีกอย่างบาร์เยิร์นมิวนิคอีกด้วย


  1.  มาคัส แรชฟอร์ด จากสโมรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อังกฤษ มูลค่า 150 ล้านปอนด์

1 มาคัส แรชฟอร์ด

ไม่ต้องตกใจกับตัวเลขที่สูงลิ่วขนาดนี้ของหนุ่มน้อยทีมชาติอังกฤษ ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าจะมาถึงอันดับ 1 ได้อย่างไร ศูนย์หน้าตัวความหวังของปีศาจแดงแมนยู ด้วยอายุเพียง 23 ปี กับสายเลือดเมืองผู้ดี ยังไม่พอเป็นตัวหลักของยอดทีมลีกอังกฤษด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีบ้างแย่บ้าง แต่ยังคงเป็นผู้เล่นที่โซลชาไว้ใจและมอบหน้าที่ตัวสังหารอย่างต่อเนื่อง บวกกับพักหลังมานี้แรชฟอร์ดทำผลงานได้อย่างประทับใจ คงเส้นคงเส้นคงวาเริ่มมีเซ่นบอลที่สูงขึ้น การยืนระยะที่นิ่งขึ้นเมื่อเจอเกมใหญ่ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างชื่นใจ จึงเป็นการการันตรีค่าตัวที่ต้องสูงขึ้นกว่านักเตะรายอื่น ก็ต้องเฝ้าดูฟอร์มการเล่นของเขาในฤดูกาลใหม่นี้ ว่าจะเฉิดฉายได้ขนาดไหน


รู้หรือไม่การแข่งขันในนามทีมชาติระดับโลกชาติใดคว้าถ้วยบอลโลกไปครองมากที่สุด

👉🏻 ประเทศที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด 3 ลำดับ มีใครบ้าง และแต่ละชาติคว้าแชมป์ไปแล้วกี่สมัย ?

รู้หรือไม่การแข่งขันในนามทีมชาติระดับโลกชาติใดคว้าถ้วยบอลโลกไปครองมากที่สุด

  • นับตั้งแต่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1934
  • อันดับ 1 บราซิลคว้าแชมป์แรกไปครองได้สำเร็จเมื่อปี 1958 สมศักดิ์ศรีประเทศชั้นนำเรื่องฟุตบอลอย่างที่สุด และปัจจุบันทีมชาติบราซิลก็ครองตำแหน่งแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด 5 สมัยอีกด้วย
  • อันดับที่ 2 ทีมชาติเยอรมันคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1954 คว้ามาแล้วทั้งสิ้นรวม 4 สมัย
  • อันดับที่ 3 ทีมชาติอิตาลี เป็นชาติแรกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้เมื่อปี 1934 คว้ามาแล้วทั้งสิ้นรวม 4 สมัย

REF

https://www.brighttv.co.th/news/sports

https://www.youtube.com/watch?v=L3jROBDzZ0

Related Posts